งานเขียนบทความผลงานประกวด
Trending

หลอนก่อนตาย #รางวัลชมเชย

สาวสองถูกฆ่าปาดคอหวิดขาดสยอง ทิ้งกลางทุ่ง มุ่งปมยาเสพติด”

ตัวอักษรขนาดใหญ่หลาหัวข่าวหน้าหนึ่งของฤดูหนาวปี 2553 เป็นครั้งแรกที่คดีนี้เกิดขึ้นแถวบ้านผู้เขียน เมืองเล็กๆที่อยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ชาวบ้านทำไร่ไถนาเป็นอาชีพหลัก คดีนี้เป็นเสียงที่ฮือฮามาก เพราะเป็นคดีอุกอาจที่ไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย

“ใครเป็นคนพบศพ คนแรกครับ”

สารวัตรพิภพ สารวัตรประจำเขตพื้นที่สอบถามชาวบ้านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์อย่างหนาแน่น แม้สภาพศพตอนนี้จะสยองเกินกว่าจะรับได้ คอถูกปาดจนเกือบขาด มือทั้งสองข้างถูกตัดออกจากกัน เลือดเจิ่งนองเต็มพื้นที่ ตาของผู้เสียชีวิตยังเบิกโพลงแข็งค้าง ปากอ้าคล้ายจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่คาดว่าลมหายใจน่าจะปลิดปลิวไปก่อนแล้ว

“ผมครับ ผมจะไปดูข้าวผมที่อยู่ถัดไปจากตรงนี้อีก  2-3 แปลง ตรงฝั่งโน้น เห็นอะไรตะคลุ่มๆ นึกว่าคนเป็นลมเห็นหน้าคว่ำลงกับพื้น พอผมไปพลิกตัวเค้า ผมงี๊หงายหลังตึงเลยครับนาย นี่ผมยังสั่นอยู่เลย นายดูสิ น่ากลัวมาก ดีว่าบ้านผมไม่ไกลจากตรงนี้ พอตั้งสติได้ผมเลยวิ่งไปตามคนอื่นๆ แล้วก็ให้เค้าโทรหานายนั่นแหละ”

ชาวบ้านที่พบศพเป็นคนแรกให้การ ชาวบ้านมักเรียกตำรวจว่า “นาย” เสมอ หลังกองพิสูจน์หลักฐานตรวจพลิกศพก็เก็บศพโดยมูลนิธิ ตรวจสอบเอกสารที่ติดตัวผู้ตาย และหาทางติดต่อญาติรับศพ โดยสันนิษฐานกันไว้ว่า น่าจะเป็นฆ่าชิงทรัพย์ ชู้สาว ผลประโยชน์ด้านยาเสพติด เพราะผู้ตายมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาก่อน

“งานนี้หินอีกแล้ว โดนจับตามองแน่ เพราะสื่อมาเพียบเลย”

สารวัตรได้แค่คิด ก่อนปิดแฟ้มและตรงไปที่โรงพยาบาลที่จังหวัด เพื่อไปรอผลชันสูตรเพิ่มเติม

“แบบนี้ดีจริงๆใช่ไหมวะ ไอ้ตั้ม”

“เออ มึงก็หุบปากไปเหอะ เราไม่พูดก็ไม่มีใครรู้หรอก จริงไหม”

ตั้มหันไปตลวาดเพื่อนที่กำลังขัดความสุขขณะที่กำลังพี้ยา รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะกำลังขะมักเขม้นกับฟอยล์ที่กำลังจุดเผาเพื่อสูดยาบ้าเข้าสู่ร่างกาย และแน่นอนว่า เงินในการซื้อยารอบนี้มันมาจาก “ไก่” สาวสองที่มันสองคนเพิ่งฆ่าชิงทรัพย์มา

ขณะที่ยากำลังออกฤทธิ์ ตั้มก็นึกย้อนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆก่อนที่เค้าจะมาอยู่ตรงนี้

เพลี้ยะ!!!

เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับใบหน้าตั้มอย่างเต็มแรง เล่นเอาหน้าหันกันเลยทีเดียว ตั้มหันขวับทันที ตาจ้องมองเขม่ง

“กูทำงานเหนื่อยแทบตาย หาเงินได้เท่าไหร่ก็เอามาปรนเปรอมึงทุกอย่าง แต่มึงกลับเอาเงินกูไปเล่นยากับเลี้ยงผู้หญิง กูให้มึงขนาดนี้ มึงไม่คิดจะซื่อสัตย์กับกูเลยใช่ไหมไอ้ตั้ม”

“หุบปากมึงเลยนะอีไก่ อีกะเทยหน้าปลวก แหม่! กูเอามึงก็เพราะเงิน มึงคิดเหรอจะมีผู้ชายคนไหนรักมึงจริง เค้าก็หวังเงินทั้งนั้นแหละว๊า”

“ไอ้สารเลว มึงอย่าอยู่เลย”

ไก่ทุบตีตั้มเป็นพัลวัน เพื่อนตั้มมาเห็นพอดีดิ่งตรงเข้ามาช่วยกันเตะต่อยไก่ ถึงแม้ไก่จะเป็นสาวสองที่ร่างกายค่อนข้างสูงใหญ่ แต่เมื่อเจอรุมขนาดนี้ก็เกินรับมือ

นางโดนเตะ ต่อยเข้าใบหน้าจนบอบช้ำ พยายามหนีเอาตัวรอด แต่ทั้งสองก็ยังตามมาไม่จบสิ้น ทั้งสามไล่หวดกันจนออกกลางทุ่งนา เมื่อขาหมดแรง บวกกับอาการปวดจากการถูกทำร้ายทำให้ไก่สะดุดล้มลงตรงคันนากลางทุ่ง ซึ่งช่วงเวลานั้นเย็นย่ำใกล้ค่ำจึงไม่มีชาวบ้านที่กลับจากทำนาเลย

“กูจะบอกตำรวจ ว่าพวกมึงเล่นยาและก็ทำร้ายกูด้วย เอาให้ติดคุกหัวโตเลย”

“มึงกล้าเหรออีกะเทย หะ!”

ตั้มชักมีดที่พกติดตัวออกมา พร้อมกับเอามืออีกข้างกระชากคอเสื้อของไก่และเอามีดจี้ไปที่หน้า ตั้งใจจะขู่เพื่อให้ไก่หยุดที่จะโทรบอกตำรวจ พวกเค้าไม่อยากนอนซังเต

“กูไม่กลัวมึงหรอก ตายเป็นตายสิวะ”

ไก่พยามกด 191 เพื่อจะโทรหาตำรวจ ตั้มสิ้นสุดความอดทน ใช้มีดในมือตัดมือไก่ทันทีอย่างไม่รีรอ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังทั่วทุ่ง ตั้มและเพื่อนกลัวจะมีคนมาเห็นต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

“อย่าอยู่เลยมึง!!”

ฉั๊วะ!!

มีดในมือตวัดตัดขาดหลอดลมจนคอเกือบขาด เลือดพุ่งดุจท่อน้ำแตก ไม่มีเสียงร้องจากปากของไก่อีกแล้ว มีเพียงแค่ตาที่เบิกโพลงด้วยความแค้นสุดขีด และล้มลงเป็นร่างไร้วิญญาณกลางทุ่ง ตั้มกับเพื่อนช่วยกันค้นตัวหาทรัพย์สินอะไรก็ตามที่เป็นเงินได้เอาไปหมด แล้วหนีออกจากที่เกิดเหตุไวที่สุด

1 เดือนต่อมา…

ข่าวหน้า 1 ลงให้หราว่าตำรวจสามารถตามจับตัวฆาตรกรที่ฆ่าสาวสองได้ขณะกำลังจะหลบหนีไปต่างจังหวัด หลักฐานมัดตัวคือ DNA ในตัวผู้ตาย และจากกล้องวงจรปิดจากร้านโทรศัพท์ที่คนร้ายนำไปขาย เมื่อถูกสอบเค้นหนักก็ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งนำไปแผนประกอบคำรับสารภาพ มีผู้คนมารอดูและรอรุมประชาทันคนร้ายเป็นทิวแถว ส่วนมากก็ญาติๆผู้ตายนั่นแหละ

เมื่อศาลตัดสินจำคุก 20 ปี แต่ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 10 ปี เนื่องจากคำรับสารภาพที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และสองหนุ่มก็เดินเข้าซังเตตามระเบียบ

10 ปีต่อมา….

ตั้มและเพื่อนได้ออกจากคุก กลับมาสู่โลกภายนอก ตั้งใจว่าจะเป็นคนดีที่ทำมาหากินสุจริตกับเค้า ที่ผ่านมารู้แล้วว่า ชีวิตที่ขาดอิสรภาพมันทรมานแค่ไหน

เพื่อนตั้มไปหางานต่างจังหวัดทำ ส่วนตัวตั้มเลือกจะค้าขายที่บ้าน โดยตั้มขอทุนจากพ่อแม่ก้อนหนึ่งเพื่อจะเปิดร้านขายเนื้อสดตามตลาดนัด พ่อแม่ก็ดันคิดว่าตั้มจะกลับไปเสพยาอีก จึงต่อว่าสารพัด และไม่ให้ตั้มได้เริ่มต้นใหม่ ตั้มจึงต้องแบกหน้าไปพึ่งน้าชายตัวเอง เพื่อยืมทุนสักก้อนมาใช้ทำมาหากิน

ทุกๆวันตั้มจะออกไปตลาดด้วยความขยัน แต่ก็มีบ้างที่เจอกลุ่มเพื่อนเก่าๆก็มักจะสังสรรค์กันเป็นธรรมดา แต่พอกลับมาบ้าน..

“กลับมาแล้วเหรอไอ้ลูกสารเลว วันๆไม่คิดจะทำอะไรที่มันดีกว่านี้เลยใช่ไหม มึงดูน้องมึงโน้น ขยัน ตั้งใจเรียน ไม่เหมือนมึงหรอก ไอ้ขี้คุก ไอ้ฆาตกร”

พ่อบรรเลงบทด่าได้แสบทรวงไปถึงหัวจิตหัวใจ ตั้มไม่พูดอะไร เดินก้มหน้าก้มตาเดินเข้าห้องตัวเอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อกับแม่จะสาดคำพวกนี้ใส่เค้า แรกๆตั้มก็เถียง แต่ตอนนี้เค้าเหนื่อยล้าเกินกว่าจะต่อปากต่อคำด้วย น้ำตารื้นขึ้นที่ขอบตาแต่เค้าสะบัดไล่ความรู้สึกนั้นออกไป

ตั้มปิดประตูทรุดลงร้องไห้ ก่อนจะเปิดลิ้นชัก หยิบอุปกรณ์และบางสิ่งที่ที่คุ้นเคยออกมาใช้ แน่นอนเค้ากลับไปพึ่งยาอีกครั้ง

“ตั้ม คิดถึงเค้าไหม”

เสียงคุ้นเคย แต่เย็นยะเยือก ตั้มหันซ้ายหันขวา หรือเค้าหลอนยา เค้าก็ตั้งหน้าตั้งตาพี้ยาของต่อ ก่อนจะหลุดเข้าไปในวงโคจรของฤทธิ์ยา

“ไปอยู่ด้วยกันนะ ฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

เสียงกระซิบเย็นๆข้างหูพร้อมเสียงหัวเราะอันน่ากลัว ส่งผลให้ขนคอขนแขนลุกชันขึ้นทันทีทันใด ตาที่กำลังพริ้ม กับใจที่เต้นแรงแทบจะหลุดออกจากอก เค้าจำเสียงนี้ได้ ไก่  ไก่แน่ๆ แต่ว่าไก่อยู่ตรงไหนล่ะ ทำไมมองไม่เห็น

“มึงฆ่ากู มึงฆ่ากู มึงฆ่ากู มึงฆ่ากู”

ตั้มเอามือปิดหูทั้งสองข้าง แต่เสียงเจ้ากรรมยังดังวนรอบตัวตั้มไม่หยุดหย่อน แถมยังดังขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ  ตั้มนั่งตัวสั่นพนมมือไหว้กราบโทษแต่เสียงนั้นก็ยังวนในหูเค้าไม่จบ เค้าจะเป็นบ้าแล้ว เป็นแบบนี้จนเค้าเผลอหลับไป

“มาสิตั้ม มาสิ มาทางนี้ ตรงนี้สวยมากเลยนะ”

ตั้มกำลังเดินไปที่สวนแห่งหนึ่ง ซึ่งเค้าไม่เคยเห็นมาก่อน  สวนดอกไม้สวยมาก ตั้มเดินตรงไปไม่รีรอ ตรงนั้นมีใครกำลังยืนอยู่ คุ้นจังแต่จำไม่ได้ เค้ายิ้มและเดินตามเสียงเรียกนั้นอย่างประหลาด คล้ายต้องมนต์สะกดที่ยากเกินจะต้านทาน

“ไอ้ตั้ม มึงจะทำอะไร”

เสียงน้าชายของตั้มดังขึ้น น้ามาหาตั้มเพราะว่าตั้มไม่ไปขายของหลายวันแล้ว พอมาถึงกลับเห็นตั้มคล้ายคนละเมอเดินตรงไปที่แม่น้ำที่อยู่ติดกะบ้าน เรียกก็ไม่หัน จนต้องไปตะครุบตัวตั้มจึงเหมือนตื่นจากภวังค์

“น้า น้ากอดตั้มทำไม”

“ถ้ากูไม่กอดมึงก็เดินลงน้ำไปแล้ว มึงเป็นอะไร ละเมอเหรอ”

“ตั้มเนี่ยนะจะเดินลงน้ำ ตลกละ”

ตั้มหันกลับไปมองตรงหน้าต้องสะดุ้ง เท้าข้างหนึ่งเค้าลงน้ำแล้ว นี่เค้ามาทำอะไรที่นี่

“ไอ้ลูกเลว หาแต่เรื่อง นี่หลอนยาอีกละสิ มึงกลับไปเสพมันอีกแล้วใช่ไหม ไอ้ลูกไม่รักดี”

พ่อและแม่ตั้มถือไม้กวาดมาด้วย ไม่พูดเปล่า หวดไม้กวาดไปที่ตั้มเต็มแรง ตั้มที่งงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่จึงไม่ทันระวัง ด้ามไม้กวาดฟาดเข้าไปเต็มหลัง ตามด้วยแขน ขา น้าพยามยามห้ามพ่อ แต่แม่ตั้มก็มาขวางไว้ จังหวะที่พ่อเค้าเงื้อมือสุดแขน ตั้มทรุดลงพอดี ทำให้ด้ามไม้กวาดฟาดโดนหัวส่งผลให้เลือดอาบลงมาที่เสื้อแบบทันที

“ให้เลือดชั่วๆออกบ้างก็ดี ไอ้ลูกเนรคุณ”

พ่อตั้มหยุดการทำร้ายตั้มลง เนื่องจากตกใจที่ทำจนลูกหัวแตก แต่เพราะความหยิ่งยโส และฟังแต่ชาวบ้าน อายชาวบ้าน ทำให้พ่อไม่เคยให้โอกาสตั้มได้กลับตัวเลย

น้าชายตรงเข้ามาพยุงตั้มพาไปหาหมอ รักษาบาดแผลที่เกิดขึ้น แล้วพากลับบ้าน ถึงจะสงสารหลานแต่ก็ต้องส่งเค้ากลับไปที่เดิมอยู่ดี เวรกรรมแท้ๆตั้มเอ๋ย

“ไปอยู่กับกูเถอะ ไปอยู่กับกู”

เสียงนี้วนเวียนในหัวตั้มตลอดเวลา ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ตั้มปิดห้องเงียบไม่พบใครอีก ไม่ว่าพ่อแม่จะเคาะเรียก ด่าว่าแค่ไหนตั้มก็ไม่เปิด ตั้มอัดยาหนักเข้าทุกที ทุกที เพียงหวังว่าเสียงนี้จะหายไป

3 วันที่ตั้มไม่แตะข้าวปลา ไม่ออกสู่โลกภายนอก สายตาที่ล่องลอย ไร้จุดหมายปลายทาง

“อย่าเข้ามา อย่าเข้า อย่าเข้ามา กลัวแล้ว”

เสียงตั้มที่ดังสนั่นบ้าน จนพ่อกับแม่ต้องมาเคาะประตูรัวๆ ตะโกนถามแต่ไม่มีเสียงตอบ ได้ยินแต่ว่า กลัวแล้ว กลัวแล้ว มันกลัวอะไรของมัน

“มึงต้องไปกับกู มึงต้องเป็นแบบกู ไอ้ตั้ม ไอ้คนสารเลว ไปลงนรกกับกูเดี๋ยวนี้”

“กูไม่ไป กูไม่ไปอีผีบ้า ไปไกลๆเลยอีไก่ เดี๋ยวกูกรวดน้ำไปให้”

“กูไม่เอาบุญ กูจะเอาชีวิตมึง มึงต้องมาอยู่กับกู”

“กูไม่ไป กูไม่ไป อย่า!!!”

ตั้มร้องเสียงหลง พ่อที่พยายามจะพังประตูเข้าไปแต่ไม่ได้ จึงให้แม่ไปตามคนมาช่วย ไอ้ตั้มเป็นอะไรไม่รู้หรือมันจะคลุ้มคลั่งยา ต้องพาไปส่งตำรวจ

“อย่าทำกูเลยนะ กูไหว้ละ อย่าทำกูเลย”

“ตอนทำมึงไม่คิด มาคิดตอนนี้”

ตั้มที่ยกมือไหว้ประหงกๆกับอะไรไม่รู้ที่เค้าเองก็มองไม่เห็น เสียงวนรอบห้องก้องในหู จนเค้าจะเป็นบ้าจริงๆแล้ว

“กูยอมแล้ว กูยอมแล้ว ปล่อยกูไปเถอะ”

“หยิบผ้าปูมาสิ”

ตั้มหยิบผ้าปูที่นอนนั้นด้วยอาการสั่นเทิ้ม เค้ามองมือตัวเองที่ควบคุมไม่ได้ ก่อนจะลากเก้า อี้แล้วพาดผ้าไปกับราวผ้าม่าน ทำบ่วง แล้วมาสวมคอตัวเอง

“ถีบสิ ถีบเลย รออะไรละ ฮิๆๆๆๆๆๆ”

ตั้มที่น้ำตาไหลพราก แต่คุมร่างกายตัวเองไม่ได้แล้ว ใช้เท้าถีบเก้าอี้เต็มแรง เสียงดังตึ้ง!! ก้องไปทั่ว ร่างนั้นดิ้นขลุกขลักๆพยายามจะดึงผ้าที่รัดคออก แต่เพียงแค่อึดใจเดียว ทุกอย่างก็จบลง ร่างนั้นแน่นิ่ง ตาถลน ลิ้นจุกปาก มือไม้ห้อยตกลงข้างตัว

ปัง!!

เสียงพังประตูเข้ามา พ่อตั้มตรงรี่ไปที่ตั้มทันที ร้องตะโกนแหกปากให้ช่วยลูกตนเอง มีคนขึ้นไปตัดเชือกเอาร่างนั้นลงมา แต่ว่า ไม่ทันแล้ว…

พ่อแม่ปริ่มปานจะขาดใจที่ลูกผูกคอตาย โทษตัวเองที่เป็นสาเหตุทำให้ลูกคิดสั้น แต่ตอนนี้ลูกไม่มีลมหายใจแล้ว จะแก้ตัวยังไงก็ไม่ทัน มันสายเกินแก้

“ตอนมันอยู่ ก็ด่าว่ามัน ตีมันสารพัดอย่างกับมันไม่ใช่ลูก ไม่ต้องร้อง มันตายไปแล้วก็ดี หมดเวรหมดกรรมกับพ่อแม่แบบนี้สักที”

น้าชายที่เห็นสภาพหลานพูดทั้งน้ำตา ครั้งนี้น้าช่วยตั้มไม่ทัน หลับให้สบายนะลูก

ความคิดเห็นและคะแนนของคณะกรรมการ

ชื่อเรื่อง - 7.1
เนื้อเรื่อง - 7.1
ความสนุก - 7.1
โดยรวม - 7.1

7.1

จากคะแนนเต็ม 10

ชื่อเรื่อง หลอนตั้งแต่ชื่อเรื่องเลยทีเดียว พล็อตเรื่อง มีการนำเรื่องราว ชีวิตของคนจริงๆ ที่เกิดขึ้นภายในสังคมไทย มาสะท้อนผ่านเรื่องเล่า และเติมแต่งเข้าไป ถือว่าเป็นเรื่องสะท้อนสังคมได้ดีทีเดียว การดำเนินเรื่อง มีการสอดแทรก การเล่นกับความรู้สึกคนอ่าน ถ้าเป็นเรื่องผี ก็มีฉากให้ตกใจได้ตลอด ติดนิดเดียวตอนจบ น่าจะพีคได้กว่านี้อีกหน่อย ภาพรวม โดยรวมของเรื่องถือว่าดี แต่พลาดตรง ไม่เกี่ยวกับธีมประกวด ทำให้โดนหักคะแนน ไปเหลือแค่รางวัลชมเชย

User Rating: 3.4 ( 1 votes)

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button