งานเขียนบทความผลงานประกวด
Trending

อันดับ 3 ผมขอโทษ…

Story Highlights
  • ชื่อ นามสกุล : พิฆเนศ จันทร์พันธ์
  • ชื่อเรื่อง : "ผมขอโทษ..."
  • นามปากกา : พิฆเนศ จันทร์พันธ์
  • ชื่อเฟส : Phikaned Chanpan

ผมเสียใจ ผมขอโทษ ผมเสียใจจริง ๆ “ หนุ่ยชายหนุ่มวัยเบญจเพสรำพึงรำพันกับตัวเองตอนอยู่ต่อหน้าแฟนสาว เขาและเธอกำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

หนุ่ยเป็นชายหนุ่มชาวต่างจังหวัดที่ต้องเข้ามาดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดในเมืองหลวงด้วยการใช้แรงงานแลกกับเงินเหมือนกับอีกผู้คนอีกนับไม่ถ้วนที่ต้องทำเหมือนกัน เขามีความจำเป็นต้องจากพี่น้องพ่อแม่เพื่อเข้ามาทำงานที่เมืองหลวง เขาอาศัยห้องเล็ก ๆ อยู่อพาร์ทเม้นเก่า ๆ แก่ ๆ แห่งหนึ่ง ทั้งสภาพของตึกและบรรยากาศรอบข้างก็ไม่ต่างจากชุมชนแออัดนักเพราะตึกก็เก่าผุพังถนนหนทางก็ปะผุไปทั่วจนไม่เหลือพื้นถนนดี ๆ แล้ว ชีวิตของเขาก็เหมือนกับคนใช้แรงงานทั่วไป เขาเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์มากก็เพื่อที่จะส่งเสียให้กับที่บ้าน ได้ส่งค่าเทอมให้น้อง ส่งค่าอาหารไพ่อและแม่ ด้วยความประหยัดอย่างนี้ทำให้เขาไม่มีเพื่อนมากนักเพราะไม่ค่อยได้ไปสังสรรค์ เพื่อนหลายคนบอกว่าเขาเป็นคนตระหนี่แต่เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนั้นสักเท่าไหร่ พอกลับมาถึงห้องพักเขาก็เอาแต่อ่านหนังสือหรือไม่ก็ฟังเพลง หากจะมีเรื่องดีอยู่บ้างก็ตรงที่เขาออกจะหน้าตาดีอยู่ไม่น้อยจึงทำให้เขายังพอมีคนมาชอบพอย้าง แต่ก็มีผู้หญิงอยู่เพียงกุ้งคนเดียวเท่านั้นที่เขาจะพอมีใจให้บ้าง

กุ้งเธอเป็นเพื่อนรุ่นน้องในที่ทำงาน เธออายุน้อยกว่าหนุ่ยอยู่ปีกว่า ๆ เธอเป็นผู้หญิงไม่ได้หน้าตาดีมากแต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่เสียทีเดียว เธอเองก็เป็นคนต่างจังหวัดเหมือนกันกับหนุ่ย เธอเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ที่เขาชอบพอกับเธอก็เพราะทั้งคู่มีสิ่งที่ชอบและอุปนิสัยที่ใกล้เคียงกันมากทำให้ทั้งสองคนเข้ากันได้เป็นอย่างดี เขาและเธอใช้ชีวิตในวันหยุดร่วมกันแทบจะทั้งวัน พอตกเย็นก็ต่างกลับที่พักของตัวเอง ทั้งคู่ทำแบบนี้อยู่เป็นอย่างนี้ปีกว่า ๆ จนกระทั่งหลังจากนั้นทั้งก็สานสัมพันธ์จนได้พูดคุยเรื่องของการแต่งงาน ไม่รู้ว่าใครเริ่มพูดก่อนแต่มันกลับทำให้ทั้งสองคนคุยกันได้อย่างออกรส

“อย่าคิดสินสอดแพงนะ ผมไม่ค่อยมีตังค์” หนุ่ยกล่าวอย่างเขินอาย

“ไม่หรอกค่ะ ก็แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่ท่านแหละ” กุ้งพูดกับเขาก่อนจะเอามือข้างหนึ่งไปหยิกที่แก้มของหนุ่ยอย่างเอ็นดู

“แล้วงานแต่งเราต้องเชิญคนไปเยอะไหม” หนุ่ยถามต่อ

“ไม่ต้องเยอะหรอก เชิญเฉพาะญาติ ๆ หรือเพื่อนที่สนิทดีกว่าค่ะ” เธอตอบ “เออพี่หนุ่ย ว่าแต่ทำไมต้องแต่ง สิ้นเดือนตุลาคมพอดี” เธอถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ โดยหนุ่ยเอาแต่ยิ้มเยาะอย่างคนมีชัยเพราะว่าตัวเองรู้ความหมายแต่แฟนสาวยังไม่รู้

จนเมื่อความชัดเจนมากขึ้นทำให้ทั้งสองวางแผนที่จะมาอยู่ด้วยกันอย่างน้อยก็ประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ใกล้ชิด ได้ปรับตัวและได้ลองใช้ชีวิตด้วยกัน ในวันแรกที่จะเข้าไปอยู่ด้วยกัน หนุ่ยพากุ้งไปซื้อของใช้ที่จำเป็นเพราะห้องพักของเขาก็ไม่ได้มีอะไรที่จะอำนวยความสะดวกมากนัก กุ้งเองก็เป็นคนประหยัดอยู่แล้วจึงไม่ได้ซื้ออะไรมาก เธอก็เอาแค่ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะตัวหนึ่งเพื่อวางเครื่องสำอาง พอกลับมาที่ห้องพักทั้งสองอยู่ในอาการเหนื่อยล้าจากการไปซื้อของ  ทั้งสองคนทั้งสนุกกับการจัดข้าวของและแสดงความรักต่อกันอยู่แทบจะตลอดเวลาจนแทบจะทำให้มวลอากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยกลิ่นของความรักของคนทั้งคู่ จนกระทั่งจัดเก็บของได้เรียบร้อยแล้วทั้งคู่นั่งชิดติดกันอยู่บนที่นอน กุ้งเอียงคอซบกับไหล่ของหนุ่ยก่อนที่เขาจะเอามือข้างหนึ่งลูบหัวเธออย่างอ่อนโยนและเอ็นดูก่อนเธอจะเงยหน้าขึ้นมา ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่สักพักเธอเป็นฝ่ายที่เขินอายก่อนจึงหลบตาไป เขาใช้มือข้างที่จับหัวลูบไล้ลงที่ข้างหูและแก้มและจะหยุดอยู่ที่คาง เขาเชยคางให้หน้าของเธอเงยขึ้นแล้วก้มหน้าลงเอาปากของเขาประกบกับปากของเธอทั้งคู่เริ่มกอดรัดกัน มือของเขาลูบไปทั่วแผ่นหลังของเธอ มือของเธอเองก็ลูบไปทั่วแผ่นหลังของเขาเหมือนกัน ปากของทั้งคู่ดูดดื่มกันอย่างออกรส แล้วทั้งคู่ก็ล้มตัวลงบนที่นอน เขาพลิกตัวขึ้นอยู่ข้างบนแล้วใช้ใบหน้าของตัวเองชอนไชไซร้ไปตามซอกคอและหลังใบหูจนทำให้เธอเคลิ้มแล้วเผลอครางออกมาเบา ๆ เธอเองก็ไม่ได้ห้ามเขากลับปล่อยตัวและใจให้เขาเป็นฝ่ายรุกเร้าเธอได้อย่างเต็มที่ แรงแห่งความรักของทั้งคู่ได้ถูกปลุกเร้าขึ้นจนกลายเป็นไฟแห่งราคะและความอยาก หนุ่ยเริ่มรุกล้ำเขตหวงห้ามเข้าไปใกล้จนกระทั่งถึงจุดสงวน ทั้งคู่ได้แสดงความรักทางกายต่อกันโดยการประจันหน้าเข้ากรีฑากมจนกระทั่งต่างถึงจุดหมายปลายทาง กุ้งเธอรักและหวังว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับหนุ่ยในอนาคตข้างหน้าและตลอดไป จึงไม่แปลกนักที่เธอจะต้องเป็นของเขา ทั้งคู่กกกอดกันแน่นจมูกใกล้จนแทบจะแย่งลมหายใจกัน ก่อนทั้งสองจะผละออกจากกันและหลังจากนั้นทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข หนุ่ยรอแต่เวลาเลิกงานเพื่อจะได้มาอยู่กับเธอ เธอเองก็ไม่ได้ต่างกัน

       “ผมเสียใจ ผมขอโทษ ผมเสียใจจริง ๆ ” เขายังคงพูดคำซ้ำ ๆ เดิม ๆ เพื่อแสดงว่าได้เสียใจจริง ๆ และต้องการขอโทษเธอ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเขาเลย เขายังคงเสียใจจากใจจริงและต้องการคำให้อภัยจากเธอ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรที่จะดูเหมือนว่าเธอจะให้อภัย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้านี้มันไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็เกิดขึ้นหรอกมันเป็นเรื่องที่สะสมมาสองสามเดือนก่อนวันเกิดเรื่อง ทั้งคู่ที่หลังจากเริ่มมาอยู่ด้วยกันก็มีปากมีเสียงจากแต่ก่อนที่อะไรก็ได้ พอการที่ได้เข้ามาอยู่ด้วยกันเรื่องบางอย่างก็ไม่ได้ดีเหมือนตอนที่ยังเป็นแฟนกัน สิ่งที่ไม่เคยทำก็เริ่มทำ สิ่งที่เคยทำก็ไม่ทำอีกแล้ว โดยหนุ่ยเองจากที่ไม่ค่อยไปสังสรรค์กับเพื่อนก็เริ่มสังสรรค์มากขึ้น งานบ้านที่เคยช่วยก็ไม่ช่วยกัน กุ้งเองก็คิดว่าหนุ่ยคงจะเหนื่อยจากงาน เธอก็ทำงานบ้านให้ไม่ได้ว่าอะไร แต่มีช่วงหลัง ๆ ที่เมื่อหนุ่ยกลับมาถึงห้องพักก็พาลหาเรื่องเธอเอาเสียดื้อ ๆ ในตอนแรกเธอก็ยังพอทนได้แล้วเริ่มร้องไห้ จนกระทั่งสองสัปดาห์ก่อนเธอร้องไห้แทบจะทุกวันโดยวันที่หนักสุดคือทั้งคู่ทะเลาะกันแล้วเขาก็เริ่มลงไม้ลงมือกับเธอ หลังจากเขาพลั้งมือตบเธอไป เขาก็ง้อและขอโทษแล้วบอกว่าจะไม่ทำอีก เขาง้อด้วยวิธีสารพัดจนทำให้กุ้งให้อภัยเขาในวันรุ่งขึ้นแม้ปากของเธอจะแตก มุมปากของเธอสีเขียวช้ำ เพื่อน ๆ ถามเธอก็เอาแต่เงียบไม่บอกใคร คนที่เคยสนุกสนานพูดคุยกับเพื่อนก็คุยน้อยลงจนทำให้เพื่อน ๆ ต่างพากันเป็นห่วงแต่เธอก็เอาแต่บอกว่าไม่เป็นไร

จนเธอเริ่มถามคำถามกับตัวเองบ่อยครั้งว่ามันใช่เหรอที่เป็นแบบนี้ ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิงเขา เมื่อไหร่ที่เขาเมาเขาจะเริ่มหาเรื่องเธออยู่ตลอด แล้วถ้าเธอนิ่งเงียบไม่ตอบหรือตอบ ก็จะโดนเขาทำร้ายอย่างรุนแรงมากขึ้น เธอเคยตัดพ้อกับเขาว่าพ่อกับแม่ของเธอไม่เคยทำแบบนี้เลย แล้วพอโดนตามง้อเธอก็ใจอ่อนให้อภัยอีกครั้ง จนเพื่อน ๆ ก็ต่างเป็นห่วงว่าเขาจะลงมือกับเธอหนักขึ้น หลายคนพากันเตือนเธอว่าอย่าให้อภัยเลยหรือไม่ก็บอกว่าให้เธอเลิกแล้วออกมาจากจุดนั้นดีกว่า เพราะแค่ไม่กี่เดือนที่อยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกันหลายครั้ง และการทะเลาะถึงขั้นลงไม้ลงมือก็ไม่ดีสักเท่าไหร่เพราะถ้าพลาดพลั้งไปจะลำบาก

“ผมเสียใจ ผมขอโทษ” เขาพูดคำขอโทษอีกครั้ง ราวกับเธอเอาหูทวนลม เธอไม่สนใจคำขอโทษของเขา เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ครั้งนี้ก็ไม่เหมือนทุกครั้งเพราะสามวันแล้วที่เธอไม่ยอมพูดกับเขาเอาแต่ร้องไห้ เขาเองก็ได้แต่ปลอบใจแล้วขอโทษ

เมื่อสามวันก่อนเขากลับมาด้วยอาการเมาเหมือนกับทุกครั้งที่เขาเป็น เขาเริ่มพูดคุยหยอกล้อกับเธอแต่การหยอกของเขานั้นรุนแรงจนทำให้เธอเจ็บและเริ่มไม่อยากที่จะเล่นด้วย เธอจึงตัดบทด้วยการบอกให้เขากินข้าวแล้วอาบน้ำนอนจะได้พักผ่อน เขาก็ไม่ได้สนใจเอาแต่หยอกล้อรุนแรงแบบนั้นจนเธอทนไม่ไหวเริ่มขึ้นเสียงทำให้เขาไม่พอใจจึงใช้มือข้างหนึ่งวาดไปข้างหลังก่อนที่จะเหวี่ยงฝ่ามือฟาดลงไปที่กกหูของเธออย่างเต็มแรง เธอล้มลงฟุบลงข้าง ๆ สำรับกับข้าวก่อนเขาจะลุกขึ้นแล้วเตะถ้วยกับข้าว ถ้วยต้มจืดซึ่งยังร้อน ๆ อยู่กระจายจนน้ำร้อนราดไปตามตัวของเธอ เธอยกมือไหว้ขอว่าอย่าทำเพราะเธอเจ็บมากแล้วทั้งร้อนอีกด้วย เธอเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง เขาตะคอกเธอบอกให้เงียบเสียง แต่ด้วยความเจ็บตัวและเจ็บใจทำให้เธอไม่สามารถจะหยุดร้องไห้ไปได้ เธอยังคงสะอึกสะอื้นและพนมมือไหว้ทั้งที่นอนอยู่ เขาเตะมือของเธออย่างแรงจนเธอร้องด้วยความเจ็บปวด เขาซวนเซหลังจากเตะไปที่มือเธออย่างเต็มแรงก่อนจะรู้สึกเจ็บเท้า แล้วโมโหหนักขึ้นเพราะเขาเจ็บเท้าเพราะต้องเตะเธอ เขาว่าเธอยั่วโมโหเขาจนทำให้เขาเจ็บ เสียงร้องไห้ของเธอดังระงมห้อง เธอเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ เขายังไม่พอใจ ใช้เท้ากระทืบเธอไปที่ชายโครงหลายครั้ง เลือดไหลเยิ้มออกมาจากมุมปาก เธอเอามือปาดน้ำตาแต่ก็เต็มไปด้วยเลือด เขาหยุดทำร้ายเธอเพราะความเหนื่อย ก่อนจะเริ่มเย็นลงแล้วเห็นว่าแฟนสาวของตัวเองบาดเจ็บ เขามองดูร่างกายของแฟนสาวที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำนับแผลไม่ถ้วนก่อนตัวเองจะเริ่มมีน้ำตาออกมา เขาเริ่มร้องไห้แล้วขอโทษแฟนสาว “ผมเสียใจ ผมขอโทษ” เขาพูดครั้งแล้วครั้งเล่า เธอไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ เขาทั้งปลอบใจ ทั้งซับเลือดก่อนจะเก็บข้าวของในห้องเรียบร้อยทำความสะอาด เขาสัญญากับแฟนสาวว่าจะไม่ดื่มอีกแล้ว เขาสาบานว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายเธออีกแล้ว เขาพูดไปอีกสารพัดแต่เธอเองก็ไม่ได้ตอบ ไม่ได้ให้อภัยเขา เอาแต่ร้องไห้เพราะความเจ็บปวด เขาเอาผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามร่างกายให้เธอ ซับเลือดแล้วเอาน้ำแข็งประคบรอยฟกช้ำ เขาปรนนิบัติเธออย่างดี เปลี่ยนเสื้อผ้า ทำสารพัดอย่าง จนเธอหลับไปคงเพราะความเหนื่อยล้าและเจ็บปวด

เขาเห็นเธอหลับแล้วก็ได้บ่นกับตัวเองแล้วรู้สึกผิดอย่างมาก เขาคิดกับตัวเองว่าจะเลิกเหล้าให้ได้เพราะกินเมื่อไหร่ก็ควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขารู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองบอกว่าได้เจอผู้หญิงที่ดีคนหนึ่งทำไมไม่รักษาไว้จะทำร้ายเธอทำไม เขาด่าตัวเองอยู่ในใจ ก่อนจะเดินออกไปยืนที่ระเบียงเพื่อรับลม แม้จะเป็นเวลาดึกแล้วแต่ในเมืองหลวงแบบนี้มันก็ไม่ได้เงียบเหงาเหมือนบ้านนอกหรอก เสียงรถราวิ่งกันจอแจ ผู้คนเดินไปมา แม่ค้าพ่อค้าขายของตามริมถนน แสงไฟระยิบระยับยาวไปตลอดสองฝั่งของถนนภายในซอย เขามองดูวิวถนนด้านล่างจากระเบียงห้อง ลมเย็นยะเยือกพัดโชยมาเบา ๆ เขาสูดลมหายใจเข้าไปอย่างเต็มปอดก่อนที่จะเอามือเข้าหนึ่งเท้าแล้วยันตัวขึ้นไปนั่งบนขอบระเบียงห้อง เขาหลับตาพริ้มตั้งสติโดยขาทั้งสองหย่อนลงไปที่ขอบของระเบียง

ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงผู้หญิงกรีดร้องเสียงดัง ผู้ชายคนหนึ่งรีบวิ่งไปที่ตู้โทรศัพท์ แม่ค้าขายอาหารตะโกนว่า “คนตกจากตึก คนตกจากตึก” หลายคนไม่กล้าเข้าไปดูเพราะสภาพร่างกายที่บิดเบี้ยว แขนขาบิดไปอย่างไม่เป็นระเบียบ เลือดไหลนองเป็นทางยาวตามพื้น บางคนวิ่งไปมาโกลาหล ก่อนคนทั้งหมดจะแตกกระจายออกเมื่อได้ยินเสียงรถฉุกเฉินเข้าไปยังที่เกิดเหตุ แล้วก็มีตำรวจเข้ามาสมทบ

“อย่าเสียใจไปเลย” เพื่อนของเขาเอามือจับไหล่ด้วยความห่วงใย

“ใกล้วันแล้วแท้ ๆ สามสิบเอ็ดตุลาที่เคยคุยกัน ก็เพราะเราเจอกันครั้งแรกในวันนั้น ที่บริษัทมีงานเลี้ยง เราแต่งตัวเข้ากันอย่างบังเอิญ ผมแต่งเป็นแดร็กคูล่า เธอแต่งเป็นแวมไพร์สาว เราได้รางวัลด้วยกันนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรา” เขาบอกพร้อมกับปาดน้ำตาตัวเอง แล้วเอาแต่บอกขอโทษ หลายคนเห็นแล้วก็เอามือมาจับที่ไหล่ของเขาเพื่อปลอบใจ

“โถ ไม่น่าคิดสั้นเลย” เพื่อนสาวคนหนึ่งเคาะไปที่โลงศพของกุ้งแล้วเอ่ยสั้น ๆ

“ผมผิดเอง ผมขอโทษ ผมเสียใจ” หนุ่ยยังคงพูดอยู่คำเดิมซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น จนทุกคนเวทนา

“ไอ้ชั่ว มึงไม่ได้โยนลูกกูลงจากชั้นห้าใช่ไหม” พ่อของกุ้งพูดกับหนุ่ย ก่อนทุกคนจะลากเขาออกไปเพราะคิดว่าเขาเมามากแล้ว

หนุ่ยไม่ได้พูดอะไรเอาแต่ร้องไห้ก่อนจะเอียงคอไปข้างหนึ่ง มองไปที่ใบหน้าของชายผู้ที่กำลังโกรธขึ้ง เพราะลูกสาวเพิ่งเสียชีวิตโดยมีชายสองคนกำลังหิ้วปีกแล้วลากตัวออกไป ก่อนหนุ่ยจะแสยะยิ้มที่มุมปาก

ความคิดเห็นและคะแนนของคณะกรรมการ

ชื่อเรื่อง - 7.3
เนื้อเรื่อง - 7.4
ความสนุก - 7.4
ภาพรวม - 7.4

7.4

จากคะแนนเต็ม 10

ชื่อเรื่อง สั้น ง่าย จำได้ดี พล็อตเรื่อง ถือว่ามีการผสมผสานเรื่องราว การใช้ชีวิต หลากหลายอารมณ์ หลายแนวเข้าด้วยกันได้ดี การดำเนินเรื่อง ไล่โทน ได้ตามลำดับ เข้าใจได้ อาจจะไม่กระจ่างนิดเดียวตอนจบ (แต่เข้าใจว่า ต้องการให้หักมุม) ภาพรวม ถือว่าดี สะท้อนเรื่องราว วิธีชีวิตได้ดี ถ้าเพิ่มเติมได้ ควรมีรายละเอียดในบางส่วนเช่น ความรู้สึกของตัวละครหลัก แต่ถือว่าดีมากค่ะ พัฒนาต่อไปนะ^^

User Rating: 3.65 ( 2 votes)

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button